แตงโม ขอจบดราม่า นิก ความจริงทุกคนรู้อยู่แล้ว




คุณแม่รู้ดีที่สุดโมรักลูกชายเขามากขนาดไหน ช่วงนั้นเราสองคนทุกข์กันมากจริง แตงโม ขอจบดราม่า นิก ความจริงทุกคนรู้อยู่แล้ว

แตงโม ภัทรธิดา เผยถึงกรณีเจ้าตัวไปออกรายการหนึ่ง แล้ว นิก คุณาธิป โพสต์เหมือนแซะว่า เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น ไม่ดีมั้ง เเต่งเสริมเติมเเต่ง อย่าให้พูดบ้างเเล้วกัน หนัก ว่า “ในส่วนที่น้องนิกโพสต์ จริงๆ แล้วโมไม่ค่อยอยากที่จะพูดต่อความยาวสาวความยืดเท่าไร ขออธิบายสั้นๆ ว่าในส่วนที่โมพูดมันเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว ทุกวันนี้ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นแบบนั้นอยู่ ทุกวันนี้โมก็เห็นเขาเจอคนที่เหมาะสมกับเขา เข้ากันได้ดีมาก เป็นสิ่งที่แฮปปี้มากๆ ไม่ได้พูดเพื่อมาทำลายล้างอะไรพวกนี้เลย



เพียงแต่โมไปออกในบริบทที่ว่า เขาถามว่าโรคซึมเศร้าในช่วงนั้นเป็นอย่างไร โมเลยเล่าเป็นวิทยาทานเพื่อบางคน ที่มีคนในครอบครัวตกอยู่ในสภาวะแบบโม ต้องระวังอย่างไรบ้าง ถ้ามองจากที่โมพูด โมพูดแค่ว่ามันเป็นการกระตุ้นโรค ให้เกิดกำเริบมากขึ้น”

ตอนนี้ได้คุยกับน้องอยู่ไหม?
“ช่วงที่ห่างกันไปแรกๆ ก็มีบ้าง เราไม่ได้โกรธ หรือว่าเกลียดกัน โมไม่นิยมเลยที่จะลดความสัมพันธ์กับใคร แล้วต้องมาเป็นศัตรูกัน มันไม่ใช่กฎของชีวิตโมเลย ในช่วงนั้นก็มีถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกัน ขอโทษขอโพยซึ่งกันและกัน และก็ขอบคุณกันและกัน และก็ยังยืนยันว่ามีความรัก ความเป็นห่วงกัน มันไม่ใช่สถานะเดิมเท่านั้นเอง

พอเราได้มูฟออนชีวิตกันมาเรื่อยๆ ตัวโมเองก็ทำงานเยอะขึ้น ไหนต้องเรียน มีลูกต้องเลี้ยง โมเองเพิ่งคบกับเบิร์ด ตัวน้องก็คบกับแฟนใหม่ พอถึงตรงนี้เราพยายามไม่ก้าวก่ายซึ่งกันและกัน”

กับคำที่เขาโพสต์รู้สึกอย่างไรบ้าง?
“เข้าใจได้ มันก็ตีความหมายได้หลายอย่าง เราเข้าใจในส่วนของคนที่ไม่ได้ออกมาพูด ไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็น แต่ก็ต้องอธิบายมันเป็นพื้นที่ที่รายการให้โมออกไปพูด เขามีสิทธิ์ที่จะระบายหรือบอกเล่าในพื้นที่ของเขา มันก็ไม่ได้ผิดค่ะ

หรือไม่ก็รอให้รายการเชิญเขาไป และอาจจะพูดในส่วนของเขาที่มีความรู้สึกไม่ค่อยดีกับโม ต้องยอมรับว่าช่วงนั้นเราสองคนทุกข์กันมากจริงๆ พยายามกันที่สุดแล้ว ไม่ใช่ว่าไม่ได้รักกัน แต่เราอาจจะไม่ตอบโจทย์ซึ่งกันและกัน”

กับคำที่ว่า “เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น” อันนี้เราว่าแรงไปไหม?
“กับคำว่าเอาดีใส่ตัวอันนี้ต้องแยกนะคะ เอาดีใส่ตัวเรา ชั่วใส่คนอื่น เอาดีใส่ตัวคือเอาความดีไปยัดให้เขาหรือว่าเขาดีอยู่แล้ว อันนี้ก็ต้องคิดด้วย ส่วนเอาชั่วให้คนอื่น อันนี้ก็ต้องคิดในทางกลับกันเหมือนกันค่ะว่าเอาความชั่วร้ายไปใส่ให้เขาหรือเปล่า อันนี้โมไม่สามารถตอบได้เพราะว่ามันอาจจะเป็นเพียงคำพูดของโม ถ้างั้นก็สมมติว่ามันไม่มีสิ่งที่โมพูดออกไป สมมติว่าโมไม่ได้ออกรายการนั้น ไม่ได้มีสิ่งใดเกิดขึ้น มันก็ยังมีส่วนของเหตุการณ์ที่มีพยานและคนในครอบครัวรู้เห็นอีก

มันก็คือความจริง ทุกคนก็รู้อยู่แล้ว ว่าเวลาโมพูดโมไม่น่าจะมีอะไรเพิ่มไปมากกว่านั้น เวลาสัมภาษณ์อะไรค่อนข้างให้เกียรติกับคนที่อยากมาได้ประเด็นจากเรา แล้วรายการของพี่อ้อย พี่ฉอด ทุกคนรู้ดีเป็นรายการที่ค่อนข้างคัดเลือกคนที่จะเป็นตัวอย่างในเรื่องความรักให้กับคนอื่น เพราะฉะนั้นมันก็..ยากลำบาก มันพูดไม่ถูกค่ะ”

กลัวไหมว่าถ้าเกิดเขาออกมาพูดจะเป็นคนละมุมกับที่เราพูดออกไป?
“ไม่กลัวเลยค่ะ โมว่ามันไม่ใช่คนละมุมนะคะ ในส่วนที่โมพูดมันก็คือส่วนของโม ในส่วนของเขาก็น่าจะมีส่วนของเขาที่เขาปวดหัวกับโม เพราะว่าโมในตอนนั้นก็ไม่ใช่โมในตอนนี้ ตัวเขาก็เช่นกัน ตัวเขาในวันนั้นก็อาจจะไม่ใช่ตัวเขาในวันนี้ก็ได้”

มันมีโอกาสไหมที่เราสองคนจะมาเจอกันในรายการใดรายการหนึ่งที่เขาเชิญมาพูดคุยพร้อมกัน?
“ถ้าจะให้ไปนั่งดีเบตกัน โมว่าไม่จำเป็นเลยเราเก็บความรู้สึกดีๆ ไว้เท่านั้นเอง เราจะได้จัดเรียงลำดับถูก ว่าเราจะวางตัวกับเขาแบบพี่สาวน้องชายในวงการ จะเอาเรื่องเก่าๆ ขุดขึ้นมาพูดมันก็ไม่ใช่เรื่อง โมไม่รู้ว่ามันจะมีประโยชน์อะไรให้คนดู หรือประโยชน์กับเรา และเราก็ต้องให้เกียรติกับคนที่เราคบอยู่ด้วย”

บางช่วงให้สัมภาษณ์ในรายการมันจะมีเรื่องของพฤติกรรมของนิกที่ไม่ค่อยดีอย่างเช่น ฉีกเสื้อผ้าเราทิ้ง หรือว่าทำร้ายร่างกายเรา ตอนที่อยู่ในภาวะนั้นด้วย มันเลยเป็นเหตุผลทำให้เขาออกมาโพสต์หรือเปล่า และหลายคนก็สงสัยว่าโมเจอเหตุการณ์นั้นมาจริงและหนักขนาดไหน?
“โมไม่ขอลงรายละเอียดในเรื่องนี้แล้วดีกว่าค่ะ เรื่องนี้จบได้ง่ายมากๆ เลยค่ะ คือถามคุณแม่นิกได้เลยค่ะ โมรักลูกชายเขามากขนาดไหนคุณแม่รู้ดีที่สุด”

ยืนยันว่าสิ่งที่พูดในรายการเป็นเรื่องจริง ไม่ได้ใส่สีตีไข่แน่นอน?
“อยากให้ดูในรายการเองค่ะ การันตีด้วยพี่อ้อยพี่ฉอดค่ะ”

การออกมาพูดครั้งนี้มันจะไม่มีการกระทบกับความรักครั้งใหม่ของเราใช่ไหม?
“ไม่มีค่ะ เพราะว่าความรักครั้งใหม่ เราค่อนข้างจะเข้าใจกันทุกเรื่อง เพราะฉะนั้นเรื่องนี้คือถ้าเกิดเขาได้ฟังทั้งหมดโดยที่ไม่ได้ตัดตอน เขาก็จะเข้าใจว่าเหตุผลมันเป็นอย่างไร โมพยายามต้องการสื่อสารความรู้สึกข้างใน ไม่ได้เจตนาว่าร้ายใครเพราะฉะนั้นเขาก็เข้าใจอยู่แล้ว ไม่ได้เจ็บแค้นเคืองโกรธเขาด้วยเหตุใด”

อยากบอกอะไรกับคนที่เข้ามาคอมเมนต์ต่อว่าเราเยอะมาก?
“สำหรับคนที่คอมเมนต์มาว่าอยากให้เขาให้กำลังใจและอยู่เคียงข้างน้องไปแบบนี้ตลอดไปเลย”

มุมมองความรักที่ผ่านมาของเราไม่ค่อยความประสบสำเร็จ?
“สำเร็จหรือไม่สำเร็จก็อยู่ที่เราตั้งเป้ามันไว้ขนาดไหนมากกว่า ถ้าเกิดเราตั้งเป้าถึงขั้นที่มีลูก แต่งงาน มีอนาคตร่วมกัน ถ้าเป้ามันอยู่ตรงนั้นแล้วเราไปไม่ถึงอันนั้นจะเครียด เรียกว่าไม่ประสบความสำเร็จ แต่โมไม่ได้มองไปไกลขนาดนั้น ส่วนตัวก็มีน้องอีสเตอร์แล้ว โมก็ยังต้องทำงานและเรียนด้วย การที่เราไม่ได้ตั้งเป้าหมาย โมก็คิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติที่เราจะต้องผ่านไป”



Back to top button